คีโตเจนิค ช่วยป้องกันหวัดได้จริงหรือ!?

 

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ มักพบมากในฤดูฝนและรองมากก็คือฤดูหนาวค่ะ การไอหรือการจามโดยไม่ป้องกันก็สามารถเกิดการแพร่กระจายได้ ฝุ่นละอองเล็กๆจากการไอหรือการจามก็สามารถแพร่กระจายและเข้าไปสู่ปอดของผู้ที่อยู่ใกล้เคียงได้ นอกจากนี้แล้วยังเกิดจากการสัมผัสน้ำลายหรือน้ำมูกของผู้ป่วยอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่นประตูห้องน้ำสารธารณะ การใช้นิ้วกดลิฟต์ เหล่านี้เป็นต้น

อาหารคีโตเจนิคไดเอท ที่หลายๆท่านรู้กันดีว่าเป็นไม่ใช่เม็ดยาหรืออาหารเสริม แต่คีโตเป็นอาหารประเภทไดเอท เป็นโภชนาการอย่างหนึ่งที่ขึ้นชื่อได้ว่าลดน้ำหนักไวมาก อีกทั้งสุขภาพก็ยังดีอีกด้วยซึ่งเราต้องจำกัดการบริโภคคาร์บโบไฮเดรตให้ต่ำ ทานไขมันสูง จากข้อมูลงานวิจัยค้นพบว่าการรับประทานอาหารคีโตเจนิคมีส่วนช่วยผลักดันเรื่องของการตอบสนองในระบบภูมิคุ้มกัน

เนื่องจากการรับประทานอาหารแบบคีโตเจนิคไดเอท จะปรับเปลี่ยนการเผาผลาญกลูโคสมาเป็นพลังงานอย่างที่เรารู้กันดีมาเป็นระบบเครื่องจักรเผาผลาญไขมันเพื่อใช้มาเป็นพลังงานแทน นอกจากในเรื่องของอาหารคีโตที่มีส่วนช่วยในเรื่องของน้ำหนักที่ลดลงแล้วก็จะมีเรื่องของไข้คีโตหรือคีโตฟลู ที่ทุกคนต้องทำความใจและหาวิธีป้องกันและเตรียมพร้อม ซึ่งหากเพื่อนๆได้ลองศึกษามาแล้ว ก็จะเป็นที่รู้กันดีว่าไข้คีโตหรือคีโตฟลูไม่ใช่ไข้หวัดที่เหมือนไข้ทั่วไปแต่เกิดจากการที่ร่างกายพยายามปรับเปลี่ยนและถูกจำกัดรูปแบบการรับประทานอาหารจากเดิมที่เราเคยทานจำพวกคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว แป้ง เส้นพาสต้า น้ำตาล เป็นต้น ซึ่งเหล่านี้ก็มีวิธีป้องกันโดยการรับประทานทดแทนสิ่งที่ขาดหายไปในรูปแบบต่างๆ ดังที่แอดเคยกล่าวมาในหลายๆบทความ

เรามาพูดถึงงานวิจัยโดยอคิโกะ อิวาซากิ และผู้ร่วมทีมจาก Yale School of Medicine พบว่าคีโตเจนิคไดเอทลดการอักเสบในการทดลองกับหนูและเก๊าท์ เนื่องจากการอักเสบเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในเก๊าท์และไข้หวัด โดยทีมของอคิโกะ อิวาซากิ มีแนวคิดที่ว่าการรับประทานอาหารแบบคีโตเจนิคไดเอทอาจะสามารถที่จะจัดการกับไข้หวัดซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการอักเสบและการอักเสบที่เกี่ยวข้องกับไข้หวัดใหญ่ซึ่งสามารถทำลายปอดอย่างรุนแรง การทดลองที่ถูกใช้ก็คือการนำหนูทดลองมาฉีดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ุ A โดยให้หนูทดลองรับประทานคีโตเจนิคกับหนูทดลองที่ไดเอทแบบปกติมาก่อนล่วงหน้า 1สัปดาห์ก่อนทำการฉีด หลังจากนั้นให้หลัง 4 วันพบว่า หนูทั้งหมด 7 ตัวที่รับประทานแบบปกติดเชื้อหมด เปรียบเทียบกับหนูที่กินคีโต 5 ใน 10 ตัว

ถึงแม้หนูเหล่านี้ที่กินคีโตน้ำหนักลดลงไม่มากแต่ก็เป็นสัญญาณการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ในสัตว์ โดยในทีมงานทดลองพบว่าอาหารคีโตเจนิคไดเอทเพิ่มจำนวนของทีเซลล์ชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นตัวที่มีบทบาทหน้าที่หลักในการตอบสนองต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายซึ่งถูกพบในปอดโดยการเพิ่มความไวจากเยื่อหุ้มปอดที่จะติดเชื้อนี้จากการเพิ่มขึ้นของการผลิตเมือก ถึงแม้ว่าจะมีเมือกที่เพิ่มขึ้นแต่ในปริมาณเมือกที่เพิ่มขึ้นสำคัญต่อการส่งผลเพิ่มการป้องกันของร่างกายหนูเพราะมันยังช่วยดักจับไวรัสไข้หวัดใหญ่เพื่อหยุดการแพร่กระจายอีกด้วย

แม้ว่าระบบเมตาบอลิซึมหรือกระบวนการทางเคมีที่ช่วยให้ร่างกายทำงานได้ตามปกติหรือสามารถรักษาภาวะต่าง ๆ ภายในร่างกายให้คงที่ของมนุษย์และสัตว์จะแตกต่าง แต่การค้นพบนี้อาจจะหมายถึงมนุษย์สามารถที่จะได้รับการป้องไข้หวัดใหญ่ได้เช่นเดียวกันเมื่อรับประทานอาหารประเภทคีโตเจนิคไดเอท

โรคไข้หวัดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อไวรัส A ที่เกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากในการดูแลสุขภาพทั่วโลก และจำเป็นต้องระบุวิธีการรักษาแบบใหม่ที่สามารถลดความรุนแรงของการติดเชื้อดหล่านี้ ในการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าการบริโภคอาหารประเภทคีโตเจนิคไดเอทซึ่งเป็นอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำไขมันสูง สามารถป้องกันหนูจากการติดเชื้อและโรคร้ายแรง การให้อาหารคีโตเจนิคไดเอททำให้เกิดการกระตุ้นของทีเซลล์ ในปอดซึ่งช่วยปรับปรุงการทำงานของสิ่งกีดขวางซึ่งช่วยเพิ่มความต้านทานต่อไวรัส การขยายตัวของเซลล์ป้องกัน γδ T เหล่านี้จำเป็นต้องมีการปรับการเผาผลาญอาหารหรือปรับเมตาบอลิซึมเช่น อาหารคีโตเจนิค

Dr John Tregoning จาก Imperial College London ได้กล่าวถึงความเชื่อมโยงกันระหว่างอาหารและภูมิคุ้มกันแล้ว (แกไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานวิจัยดังกล่าว)ได้ยกตัวอย่างการกินอาหารที่อุดมณ์ไปด้วยวิตามินซี ซึ่งเราก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าวิตามีนซี สามารถช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกายแต่การเปลี่ยนการรับประทานอาหารเป็นคีโตเจนิคอาจมีส่วนช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้เปรียบเทียบก็จะคล้ายกับการตั้งโปรแกรมร่างกายเพื่อใช้ในการต่อสู้กับการติดเชื้อค่ะ